โรงเรียน สถานที่ราชการ และธุรกิจในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ปิดทำการในวันนี้ เนื่องจากเถ้าละอองภูเขาไฟที่อยู่ห่างลงไปทางใต้ฟุ้งกระจายมาถึงเมืองหลวงแล้วในวันนี้ หลังจากปะทุเมื่อเย็นวานนี้

หน้ากากอนามัยในกรุงมะนิลาขายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว หลังจากทางการเตือนให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหากต้องออกนอกอาคาร บางคนต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูกแทน แต่ก็ยังคงได้กลิ่นเหม็นของกำมะถันอยู่ ถนนในกรุงมะนิลาที่มีประชากร 13 ล้านคนและขึ้นชื่อว่าติดขัดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีผู้คนและยวดยานบางตาผิดปกติ โรงเรียนและสถานที่ราชการปิดทำการในวันนี้ตามคำสั่งรัฐบาล ตลาดหลักทรัพย์ฟิลิปปินส์ประกาศระงับการซื้อขายเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและนักค้า เนื่องจากเถ้าละอองภูเขาไฟตาอัลฟุ้งกระจาย เช่นเดียวกับธุรกิจหลายแห่งที่ปิดวันนี้ ส่วนท่าอากาศยานนานาชาติมะนิลาเปิดทำการบางส่วนแล้ว หลังจากเมื่อวานนี้ต้องเลื่อนหรือยกเลิกอย่างน้อย 240 เที่ยว แม้แต่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เตก็ไม่สามารถเดินทางจากบ้านในเมืองดาเวา ทางใต้ของประเทศกลับกรุงมะนิลาได้เพราะทัศนวิสัยต่ำมาก

ประชาชนกว่า 16,000 คน อพยพจากพื้นที่รอบภูเขาไฟตาอัล จังหวัดบาตังกัส ทันทีที่ปะทุเมื่อวานนี้ และเกิดแรงสั่นสะเทือนหลายครั้ง แต่ นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนกลับไม่กลัวอันตรายและเดินทางไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุดเพื่อดูปรากฏธรรมชาตินี้ด้วยตาตัวเอง เช่นที่เมืองตาไกไตซึ่งอยู่ห่างจากภูเขาไฟประมาณ 32 กิโลเมตร ด้านทางการตาลิไซเผยว่า ฝนตกทำให้เถ้าละอองภูเขาไฟจับตัวกลายเป็นโคลน เจ้าหน้าที่ต้องการรถบรรทุกมาอพยพประชาชนตามชุมชนห่างไกล และต้องการนำดื่ม เพราะตอนนี้ไม่มีทั้งน้ำและไฟฟ้า

ภูเขาไฟตาอัลเป็นหนึ่งในภูเขาไฟทรงพลังที่สุดในฟิลิปปินส์ เคยประทุไม่ต่ำกว่า 30 ครั้งในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2520 การปะทุในปี 2454 คร่าชีวิตคนไปมากถึง 1,500 คน ส่วนการปะทุในปี 2297 กินเวลาหลายเดือน ผู้เชี่ยวชาญสถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาฟิลิปปินส์เผยว่า แปลกใจที่ภูเขาไฟปะทุเร็วมาก เพราะก่อนหน้านี้ตรวจพบว่าหินหนืดหรือแมกมาซึ่งเป็นสารเหลวใต้เปลือกโลกยังอยู่ในระดับที่ลึกลงไปมาก คาดว่าอาจมีการปะทุอันตรายได้ทุกเมื่อ และอาจทำให้เกิดสึนามิในทะเลสาบตาอัลที่ก่อตัวขึ้นจากการปะทุในยุคก่อนประวัติศาสตร์