แคนาดายืนยัน “ให้ความสำคัญอย่างสูงสุด” เพื่อช่วยเหลือพลเมืองซึ่งถูกควบคุมตัวในที่จีนเพิ่มเป็น “อย่างน้อย 3 คน” โดยคนล่าสุดสื่อท้องถิ่นเผยว่าเป็นคุณครูสาว สัญญาณบ่งชี้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศว่า “ยังรุนแรง” จากกรณีรัฐบาลออตตาวาควบคุมตัวบุตรสาวเจ้าของบริษัทหัวเว่ย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แถลงเมื่อวันพุธ ว่าเขาได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศแคนาดาแล้วว่า ทางการจีนได้ควบคุมตัวพลเมืองของแคนาดาไว้เป็นคนที่ 3 แล้ว ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ ในการมอบความช่วยเหลือด้านกงสุลให้แก่ชาวแคเนเดียนรายนี้
  
อย่างไรก็ตาม ทรูโดกล่าวว่าโดยส่วนตัวเขาไม่เชื่อว่าพลเมืองซึ่งถูกควบคุมตัวเป็นคนที่ 3 นี้ “มีความเกี่ยวข้อง” กับ “เหตุผล” ของรัฐบาลปักกิ่ง ในการควบคุมตัวพลเมืองอีก 2 คนก่อนหน้านี้ คือนายไมเคิล คอฟริก อดีตนักการทูตซึ่งผันตัวไปทำงานให้กับเอ็นจีโอ และนายไมเคิล สเปวอร์ นักธุรกิจซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่เมืองตานตง ในมณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
  
ทั้งนี้ รัฐบาลออตตาวายังคงสงวนข้อมูลเกี่ยวกับพลเมืองคนที่ 3 แต่ยืนยันว่าได้ประสานงานกับทั้งฝ่ายจีนและครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบซึ่งยังอยู่ในแคนาดาแล้ว ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานไปในทางเดียวกัน ว่าคือน.ส.ซาราห์ แมคไอเวอร์ ครูสาวจากรัฐแอลเบอร์ตา ในภาคกลางตอนล่างของประเทศ เดินทางไปสอนหนังสือที่จีนหลายเดือนแล้ว และตอนนี้ “กำลังประสบปัญหาเรื่องวีซ่า”

ในวันเดียวกัน นายแอนดรูว์ เชียร์ ผู้นำฝ่ายค้านของแคนาดา กล่าวต่อที่ประชุมสภาสามัญ ในกรุงออตตาวา ขอให้ผู้นำหนุ่มของแคนาดา “เลิกอ้างหลักการ” แล้วต่อสายโทรศัพท์ตรงถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรียกร้องการปล่อยตัวพลเมืองแคนาดาทั้งหมด ขณะที่นายเดวิด มัลโรนีย์ อดีตเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำกรุงปักกิ่ง กล่าวกับสำนักข่าวเอพี ว่าดูเหมือนทรูโดมีความเชื่อว่าการแสดงท่าทีประนีประนอมให้มากที่สุด น่าจะช่วยบรรเทาความไม่พอใจของจีน จากกรณีการควบคุมตัวน.ส.เมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารระดับสูงของหัวเว่ยและยังเป็นบุตรสาวของเจ้าของบริษัทด้วย ไว้ที่เมืองแวนคูเวอร์ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อรอการพิจารณาในวันที่ 6 ก.พ. ปีหน้า ว่าจะส่งตัวเธอให้แก่สหรัฐตามหมายจับ “ฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน” หรือไม่

มัลโรนีย์กล่าวด้วยว่า เขาไม่เชื่อว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพลเมืองแคนาดาในจีนทั้ง 3 คนจะไม่มีความเชื่อมโยงกับกรณีของหัวเว่ย และตอนนี้ทรูโดกำลังได้รับบทเรียนเบื้องต้นจากรัฐบาลปักกิ่งแล้วว่า จีนตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน และ “อานุภาพแห่งความโกรธ” ของจีนนั้น “รุนแรงเพียงใด”.