ศูนย์อาหาร ราคาประหยัด ในสิงคโปร์ ปกติแล้ว เมื่อนึกถึงสิงคโปร์ อันดับแรกที่มักนึกถึง คือ เมืองสวรรค์แห่งการชอปปิ้ง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาหารการกินของที่นี่ก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นกัน! ด้วยความที่ชาวสิงคโปร์มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ส่งผลให้อาหารของที่นี่มีตัวเลือกมากมาย คุณสามารถที่จะทานอาหารทุกสไตล์ได้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นอาหารอิตาเลียน เกาหลี ไทย อินโดนีเซียน เวียดนาม ญี่ปุ่น หรือแม้แต่แอฟริกัน และแน่นอนว่าอาหารจีน ไม่ว่าจานไหนก็สามารถหาได้ที่สิงคโปร์!

1. Kopitiam ในห้างสรรพสินค้า VivoCity

สำหรับใครที่เดินทางมายัง Sentosa หรือเกาะมหาสนุกแล้วล่ะก็ จะต้องรู้จัก VivoCity กันอย่างแน่นอน นั่นก็เพราะห้างแห่งนี้เปรียบเสมือนประตูเข้าสู่เกาะเซนโตซ่านั่นเอง ภายใน ViroCity มีศูนย์อาหารอยู่ 2 จุดด้วยกัน แต่ที่ Kopitiam จะมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายและมีราคาย่อมเยากว่า ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 3 เหรียญ หรือประมาณ 75 บาทขึ้นไป สามารถชำระค่าอาหารด้วยเงินสดได้เลย ส่วนชาวสิงคโปร์หรือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์เป็นระยะเวลานาน สามารถเลือกใช้เป็นการ์ดเติมเงินไว้ชำระค่าอาหารได้ อย่างที่เราจะได้เห็นตู้สำหรับซื้อการ์ดและเติมเงินใส่การ์ดอยู่ภายในศูนย์อาหารนั่นเอง

2. Maxwell Food Centre

ศูนย์อาหารในย่าน Chinatown อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกับวัดพระเขี้ยวแก้ว (Buddha Tooth Relic Temple) ใครผ่านไปผ่านมาหรือมีโอกาสแวะมาเที่ยวย่านนี้ต้องรู้จักศูนย์อาหารแห่งนี้อย่างแน่นอน และนอกจากร้านข้าวมันไก่ชื่อดังอย่าง “Tian Tian Hainanese Chicken Rice” แล้วก็ยังมีร้านอาหารอีกหลายร้าน ทั้งที่ขายเมนูคุ้นตาและเมนูที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงร้านขนมหวานด้วย ราคาโดยรวมแล้วไม่แพงเลย ถือเงินมาแค่ 5 เหรียญก็อิ่มได้แล้ว

3. Food Centre ใน Chinatown Complex

เป็นศูนย์อาหารอีกแห่งหนึ่งของย่านไชน่าทาวน์ อยู่ชั้น 2 ภายในห้างสรรพสินค้าไชน่าทาวน์คอมเพล็กซ์ ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังวัดพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นห้างแบบเปิด ไม่มีแอร์คอนดิชั่น แต่อากาศถ่ายเทเย็นสบาย ภายในศูนย์อาหารมีร้านอาหารอยู่หลายร้านมาก อาหารก็มีหลากหลายเช่นกัน ที่นี่จะมีที่นั่งเยอะ มีพัดลมติดเสา อากาศไม่ร้อนอบอ้าว แต่คนเยอะมาก! ที่สำคัญเลยคือมีแต่ของน่ารับประทานทั้งนั้น

อาหารคาวจานนี้ไม่มีส่วนผสมของแครอท อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรที่เป็นสีส้มเลยสักนิด ในทางตรงกันข้าม ส่วนผสมหลักของขนมผักกาด (fried carrot cake) นี้คือ แป้งข้าวเจ้าและหัวไชเท้า ซึ่งบางคนเรียกว่าแครอทขาว ส่วนผสมทั้งหมดจะถูกนึ่ง จากนั้นจะตัดแบ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์และนำไปผัดกับกระเทียม ไข่ และหัวไชเท้าดองที่เรียกว่า “ไชโป้ว”

โดยทั่วไปจะเรียกว่า “ไชเทาก้วย” ตามภาษาจีนแต้จิ๋ว และสามารถหาแป้งทอดนุ่ม ๆ รสชาติละมุนจานนี้ได้ในศูนย์อาหาร (ฮอว์กเกอร์ เซ็นเตอร์) แทบทุกที่ โดยจะมีทั้งแบบดำ (ผัดกับซีอิ๊วดำ) หรือแบบขาว (แบบดั้งเดิม)
ขนมแป้งทอดของจีน

อาหารที่ทำได้ง่าย ๆ จานนี้มีต้นกำเนิดมาจากเมืองเฉาซั่น (Chaoshan) ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศจีน ที่เมืองจีน อาหารจานนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “เฉ่าเกากั่ว” (แป้งทอด) ซึ่งมีแป้งข้าวเจ้าเป็นส่วนประกอบหลัก ใช้น้ำปลาและซีอิ๊วดำเหยาะลงไปที่ตัวแป้งเพื่อหมัก ก่อนจะตัดแบ่งเป็นชิ้นและนำมาผัดกับไข่ หอยนางรม และกุ้ง

ขนมผักกาดนี้ถูกนำเข้ามาในสิงคโปร์โดยชาวแต้จิ๋วอพยพ และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ฉ่าก้วย” (แป้งทอด) ซึ่งก็คือแป้งทอดที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ที่ผัดกับซีอิ๊วดำ

อู๋ ซัว เถิง แม่ค้าชาวแต้จิ๋วที่ได้รับการกล่าวว่าเป็นบุคคลแรกที่เรียกอาหารจานนี้ว่า “ไชเท้าก้วย” ในทศวรรษ 1960 เมื่อเธอเติมหัวไชเท้าลงในอาหารจานนี้ด้วย ว่ากันว่าพ่อค้าอีกคนที่ชื่อ Lau Goh เป็นผู้ทำให้ไชเท้าก้วยแบบไม่ใส่ซีอิ๊วดำเป็นที่นิยม