ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่พญาไท หลังมีเรื่องคอนโดผุดแน่น บั่นทอนคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีชมรมอนุรักษ์พญาไทร้องเรียนกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหตุปล่อยให้อนุญาตก่อสร้างคอนโดมิเนียมและอาคารสูงจำนวนมากบริเวณซอยพหลโยธิน 5 – 11 และในชุมชนใกล้เคียง โดยมิได้คำนึงถึงผังเมืองและลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่จำกัด ซึ่งเขตพญาไทถูกกำหนดให้เป็นเขตพื้นที่สีน้ำตาล คือ เขตที่มีที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

ข้อร้องเรียนระบุว่า การมีอาคารสูงเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนในพื้นที่ประสบกับสภาวะความแออัด ก่อให้เกิดปัญหาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น การจราจรติดขัด การขาดแคลนที่จอดรถ การทำผิดกฎจราจร การตัดต้นไม้ขนาดใหญ่เพื่อปรับปรุงถนน และปัญหามลภาวะต่าง ๆ ควันพิษ ขยะล้น น้ำเสีย และน้ำท่วมขังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน นอกจากนั้นในระหว่างการก่อสร้างอาคารจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขับเข้าออกในพื้นที่ตลอดเวลา ทำให้บ้านเรือนประชาชนเดือดร้อนเสียหาย

ที้งนี้ การลงพื้นที่ในวันนี้(5 เม.ย.) ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตพญาไท กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาร่วมประชุมชี้แจง เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย ทั้งกระบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย ด้านระเบียบ ข้อบังคับหรือกฎกระทรวงต่าง ๆ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นายรักษเกชาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของพื้นที่เขตพญาไท ตรวจสอบความกว้างของถนนและฟุตบาธในซอยพหลโยธิน 11 และรับฟังสภาพปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จริงอีกด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เน้นย้ำเสมอว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ อย่างรอบคอบ คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนบางอย่างเป็นประโยชน์ของประชาชนจำนวนหนึ่ง แต่ต้องไม่ลืมอำนวยความสะดวกหรือมองข้ามความเดือดร้อนของประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่เขาอาจจะได้รับผลกระทบจากโครงการเหล่านี้ด้วย.-สำนักข่าวไทย